Ylang Ylang III Organic Oil by Aura Cacia :0.25 fl oz (7.4 ml)

Ylang Ylang III Organic Oil by Aura Cacia :0.25 fl oz (7.4 ml)

ราคา 590 บาท

เปิดตำนานส่วนผสมสุดสำคัญอย่างน้ำหอม Chanel No.5 อันลือชื่อ กับอีกหลายแบนด์ดังระดับโลกที่มีความเชื่อแห่งความเย้ายวน รัญจวญจิต กระตุ้นความรู้สึกอันตื่นตัวต่อเพศตรงข้าม เสริมสร้างบรรยากาศที่เข้าล็อกกันแบบ โป๊ะเช๊ะ มีรายงานวิจัยแห่งออกฟอร์ดการใช้ํ Ylang Ylang III ในร้านขายสื้อผ้าห้างดังมากกว่า 40 แห่ง พบว่ากลิ่นของกระดังงา แห่งมาดากัสการ์ เพิ่มแรงดึงดูดยอดขายเสื้อผ้ามากกว่า 2 เท่า อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนร่างกาย ด้านอารมณ์ หมอจิตเวชหลายท่านแนะนำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (Depression) โรคอารมณ์ 2 ขั้ว (Bi-polar) หรือแม้แต่ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับ (Insomnia) เพื่อช่วยผ่อนคลาย ลดความฟุ้งซ่านกังวล ปรับเปลี่ยนอารมณ์ของคุณกลับคืนสู่โหมดปกติ

ylang ylang essential oil

ดอกกระดังงา ที่ภาษาถิ่นภาคเหนือเรียกอย่างเพราะพริ้งว่า “สบันงา” นี้ ฝรั่งเรียกว่า ylang-ylang หรือ ilang-ilang คำว่า “ylang ylang” นี้มาจากภาษามลายูแปลว่า “ดอกไม้แห่งมวลดอกไม้” บ้างก็ว่าคำนี้มีที่มาจากภาษาตากาล็อก “alang ilang” หมายถึง ดอกไม้ที่ปลิวไสวไปตามสายลม สมกับรูปลักษณ์ของดอกกระดังงาที่ห้อยระย้าลงจากกิ่งก้าน แกว่งไกวไปมาส่งกลิ่นหอมกรุ่นกำจายยามต้องสายลมที่พัดโชย

กระดังงามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cananga odorata เป็นไม้ในวงศ์ Annonaceae (วงศ์เดียวกับน้อยหน่าและการะเวก) มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย จึงปลูกแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ รวมถึงหมู่เกาะทางใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิคอย่าง กวม, ฟิจิ, ตองก้า, ซามัว, คุก และ มาเคซัส ทั้งยังพบในเกาะฮาวายและนิวคาเลโดเนีย เช่นเดียวกับบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของแอฟริกา อย่างหมู่เกาะโคโมโรและมาดากัสการ์ จึงถือเป็นไม้ดอกหอมที่เป็นสัญลักษณ์ของโลกตะวันออกและถิ่นภูมิอากาศร้อนชื้นอีกชนิดหนึ่ง

ylang ylang essential oil-horz

กลิ่นที่หอมแรงยังทำให้ชาวไทยนิยมใช้กระดังงาเป็นส่วนผสมในน้ำอบ น้ำปรุง และบุหงา ทั้งยังนำมาคั่วกับน้ำมันมะพร้าวสำหรับทำน้ำมันใส่ผม หรืออาจใช้ลอยน้ำพร้อมกับมะลิ จะได้น้ำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมชื่นใจสำหรับใช้แต่งกลิ่นขนม นอกจากนี้ยังนำดอกกระดังงาไปลนไฟเพื่อให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกจากกระเปาะดอก ใช้อบขนมให้มีกลิ่นรสน่ารับประทาน จนเป็นที่มาของสำนวน “กระดังงาลนไฟ” ซึ่งใช้เรียกม่ายสาวทรงเสน่ห์ที่รู้ชั้นเชิงในเรื่องรักดี เปรียบได้กับกลิ่นหอมเย้ายวนที่ขจรขจายไปไกลของดอกกระดังงาลนไฟนั่นเอง

ส่วนชาวยุโรปรู้จักใช้กลิ่นกระดังงาปรุงน้ำหอมครั้งแรกในยุคศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านั้นสาวๆ ยุควิคตอเรียนนิยมใช้น้ำมันบำรุงเส้นผมที่เรียกว่า macassar oil ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันดอกกระดังงา ชาวฟิลิปปินส์สมัยโบราณก็ใช้ดอกกระดังงาทำขี้ผึ้งทาตัวป้องกันแมลงหรืองูกัดต่อย ชาวเกาะโมลุคกะของอินโดนีเซียใช้กระดังงาทำขี้ผึ้งประทินผิวและบำรุงเส้นผม ทั้งยังใช้รักษาอาการติดเชื้อ ไข้ และโรคผิวหนังต่างๆ ส่วนชาวเกาะตองก้าและซามัวใช้เปลือกต้นกระดังงาแก้อาการปวดท้องและใช้เป็นยาระบาย

มีความเชื่อว่าการคล้องมาลัยดอกกระดังงาจะช่วยป้องกันวิญญาณร้ายได้ และการมอบดอกกระดังงาให้แก่กันก็เปรียบได้กับการสารภาพรัก คงเพราะกลิ่นกระดังงานี้มีคุณสมบัติทางอีโรติคเช่นเดียวกับมะลิและซ่อนกลิ่น ชาวอินโดนีเซียจึงนิยมโปรยกลีบกระดังงาบนเตียงของคู่บ่าวสาวในวันเข้าหอเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความรัก ผู้หญิงฟิลิปปินส์ก็นิยมคล้องมาลัยดอกมะลิและกระดังงาที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจ แม่มดหมอผีอย่างพวกวูดูในแอฟริกาใช้ดอกกระดังงาในพิธีกรรมร่ายมนตร์คาถาเพื่อทำเสน่ห์ สตรีมุสลิมมักเผาน้ำมันดอกกระดังงาให้ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลใน “ฮาเร็ม” ซึ่งเป็นห้องในคฤหาสน์หรือราชวังที่กั้นไว้เป็นส่วนของผู้หญิงโดยเฉพาะ ส่วนชนชั้นสูงในประเทศจีนสมัยโบราณก็ใช้กลิ่นหอมของกระดังงาอบร่ำเสื้อผ้า ในยุคหลังเมื่อมีการค้นพบตู้ไม้ที่ใช้เก็บเสื้อผ้าดังกล่าว ก็ยังคงได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกระดังงา แม้จะผ่านมาหลายศตวรรษแล้วก็ตาม

กลิ่นกระดังงานั้นหอมแรงเช่นเดียวกับดอกไม้ถิ่นร้อนทั่วไป เป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นหอมเย็นของมะลิและกลิ่นออกเปรี้ยวของดอกส้ม เจือกลิ่นซาบซ่านของเครื่องเทศหรือสมุนไพร และกลิ่นอบอุ่นของยางหรือคัสตาร์ดเล็กน้อย สารหอมหลักๆ ในดอกกระดังงา มีอาทิ p-cresyl methyl ether, linalool, methyl benzoate, methyl salicylate, methyl anthranilate และ benzyl acetate ทำให้กระดังงามีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากดอกไม้ชนิดอื่น การที่กระดังงามีกลิ่นคล้ายมะลิอยู่บ้าง ก็ทำให้มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า Poor Man’s Jasmine อีกด้วย

น้ำมันหอมระเหยกระดังงา ได้ชื่อว่า “Queen of Perfumes” กลิ่นที่หอมหวานรัญจวนใจทำให้มันกลายเป็นดอกไม้ที่ขายกลิ่นมายาวนานกว่า 5,000 ปี ตั้งแต่เมื่อครั้งอียิปต์โบราณ ความโดดเด่นของกลิ่นเมื่อนำมาสกัดอยู่ในรูปของน้ำมันหอมระเหย

การสกัดกลิ่นหอมจากดอกกระดังงาทำได้โดยวิธี steam distillation หรือการกลั่น โดยใช้ไอน้ำเป็นตัวแยกน้ำมันหอมระเหยออกจากกลีบดอก หัวน้ำมันดอกกระดังงามีหลายเกรด ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการสกัดกลิ่น ไล่เรียงตั้งแต่คุณภาพชั้นเลิศ คือ (ES) Extra Superieur, (E) Extra, P Première, (D) duexième, และ (T) troisième การกลั่นครั้งแรกจะได้น้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพสูงสุด และเป็นชนิดที่หายากและมีราคาแพงที่สุด มักใช้กระดังงาจากไร่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพ

ว่ากันว่า กลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยดอกกระดังงานั้นถือเป็นที่สุดแห่งกลิ่นที่ยังหาดอกไม้กลิ่นไหนมาเทียบเทียมได้ กลิ่นที่สื่อถึงความงามของโลกตะวันออกนี้เอง ทำให้กระดังงาเป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำหอมชั้นนำหลายกลิ่น แต่ที่คนไทยรู้จักดีก็คงเป็น Chanel No.5 อันลือชื่อ รวมทั้ง Samsara, Mitzouko และ L’Heure Bleue ของ Guerlain ซึ่งเป็นแบรนด์น้ำหอมเก่าแก่ของฝรั่งเศส

ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งห้องเสื้อ Chanel เคยกล่าวไว้ว่า เธอต้องการรังสรรค์น้ำหอมที่พิเศษสุดชนิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนและเป็นกลิ่นในอุดมคติของผู้หญิงทุกคน ซึ่งก็แน่นอนว่า Chanel No.5 นั้นมีกลิ่นเข้มข้นเย้ายวนเหมาะกับสุภาพสตรีที่มีความเป็นหญิงเต็มตัว มิใช่สาวน้อยบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ถึงขนาดกล่าวขานกันว่า น้ำมันหอมระเหยกระดังงาเป็น “Oil of woman’s needs”

อดีตซูเปอร์สตาร์คนดังอย่าง Marilyn Monroe เคยกล่าวว่า “ฉันเข้านอนโดยมีเพียง Chanel No.5 เป็นอาภรณ์ประดับกายเพียงอย่างเดียว” จากคำพูดสุดเซ็กซี่ของเจ้าแม่เซ็กส์ซิมโบล ทำให้ Chanel No.5 กลายเป็นน้ำหอมในดวงใจสาว ๆ ทั่วโลกมานับแต่นั้นเป็นต้นchanel-no.5มา

หัวน้ำมันกระดังงาชนิดที่มีคุณภาพรองลงมาก็คือ Ylang Ylang Extra ซึ่งนักผสมน้ำหอมนิยมใช้เพราะให้กลิ่นหวานเข้มข้นเจือกลิ่นซาบซ่านแบบเครื่องเทศเล็กน้อย Ylang Ylang Extra นี้ได้จากการกลั่นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่เหลือคือ Ylang I, Ylang II และ Ylang III ซึ่งใช้เวลากลั่นนานกว่า คือ 3 ชั่วโมง, 5 ชั่วโมง และ 8-20 ชั่วโมงตามลำดับ จะเห็นว่าการใช้วัตถุดิบเดิมแต่เวลาในการกลั่นยิ่งนานขึ้น คุณภาพกลิ่นจะลดลงเรื่อยๆ หัวน้ำมันกระดังงาชนิดที่คุณภาพไม่สูงนักอย่าง Ylang III นี้มักใช้ในผลิตภัณฑ์ประทินผิวที่มีต้นทุนต่ำ เช่น สบู่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ

ต้นกระดังงาที่ปลูกเพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยนี้ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีด้วยการตัดแต่งกิ่งก้านทุกๆ 2 เดือน เมื่อดอกบานเต็มที่แล้วก็ต้องเก็บด้วยมือเพื่อไม่ให้ดอกช้ำจนสูญเสียกลิ่นหอมไป ตามทฤษฎีแล้วควรต้องเก็บดอกในช่วงเวลาที่ให้น้ำมันหอมระเหยมากที่สุด ซึ่งปกติแล้วดอกกระดังงาจะให้กลิ่นหอมแรงขึ้นเรื่อยๆ ในยามค่ำ แต่กระนั้นก็เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับชาวสวนที่จะเก็บดอกท่ามกลางความมืด จึงต้องเก็บดอกกันในเวลาเช้าตรู่หลังพระอาทิตย์ขึ้น เวลาเก็บต้องเลือกดอกที่แก่เต็มที่จนเป็นสีเหลืองจัดจึงจะให้น้ำมันหอมคุณภาพดีที่สุด ดอกกระดังงาที่ยังเขียวอยู่นั้นหากนำไปกลั่นจะได้น้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นฉุนคล้ายกล้วยและมีสารจำพวก terpene ปนอยู่ ซึ่งถือว่ามีคุณภาพต่ำ หัวน้ำมันดอกกระดังงานี้มีราคาแพงมากแม้จะไม่เท่าหัวน้ำมันมะลิหรือซ่อนกลิ่น เพราะต้องใช้ดอกถึง 350-400 กิโลกรัมในการกลั่นน้ำมันหอมระเหยคุณภาพสูงสุดเพียง 1 กิโลกรัม ขณะที่กระดังงาแต่ละต้นจะออกดอกราว 10 กิโลกรัมต่อปีเท่านั้น

น้ำมันหอมระเหยกระดังงาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท เรียกว่า Ylang Ylang oil และ Cananga oil แต่ความแตกต่างอยู่ที่ Ylang Ylang oil มีคุณภาพดีกว่าและมีราคาแพงกว่า เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตและคุณภาพของกระดังงาที่ปลูกในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน รวมถึงระยะเวลาในการกลั่นอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว หมายความว่าในการใช้วัตถุดิบเดียวกัน หัวน้ำมันที่กลั่นได้ในระยะแรกสุดจะมีคุณภาพกลิ่นดีที่สุด และถ้ากลั่นต่อไปเรื่อย ๆ คุณภาพกลิ่นก็จะลดลงตามไปด้วย หัวน้ำมันที่มีคุณภาพสูงนั้นจะถูกเรียกว่า Ylang Ylang oil ส่วนที่คุณภาพต่ำกว่าก็เรียกว่า Cananga oil และถ้าปลูกแบบออร์แกนนิกได้จะดีมาก ๆ

แหล่งปลูกกระดังงาเชิงพาณิชย์เพื่อกลั่นน้ำมันหอมระเหยหลักๆ ของโลก ก็ประกอบด้วยฟิลิปปินส์ เกาะชวาของอินโดนีเซียและเกาะรียูเนียน แหล่งอื่นๆ ก็มีประเทศไทย เกาะมาดากัสการ์ เซย์เชลส์ มาย็อต โคโมโร นิวกินีและจาไมก้า เกาะซามัวก็ส่งออกกระดังงาแห้งสำหรับกลั่นน้ำมันหอมระเหยเช่นเดียวกัน แต่น้ำมันที่ได้คุณภาพไม่สูงเท่าน้ำมันจากกระดังงาสด

มาดากัสการ์ถือเป็นแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงของดอกกระดังงาคุณภาพดีที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ทั้งสภาพแวดล้อม สายพันธุ์ และอากาศ ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้มาดากัสการ์ผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเยี่ยม

สรรพคุณที่วิจัยและถูกยอมรับกันมานานนับทศวรรษของน้ำมันหอมระเหยกระดังงาก็คือ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ หมอจิตเวชหลายท่านแนะนำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (Depression) โรคอารมณ์ 2 ขั้ว (Bi-polar) หรือแม้แต่ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับ (Insomnia) เพื่อช่วยผ่อนคลาย ลดความฟุ้งซ่านกังวล ปรับเปลี่ยนอารมณ์ของคุณกลับคืนสู่โหมดปกติ

ตำรับ ปรับอารมณ์ รักษาสมดุลฮอร์โมนสำหรับหญิงวัยทองประเภทเลือดจะไปลมจะมา

น้ำมันหอมระเหยกระดังงา (Ylang Ylang) จำนวน 10-12 หยด เจือจางกับ Lavender oil ในปริมาณที่เท่ากัน นำมานวดถูตรงขมับ ท้ายทอย ต้นคอ หรือบริเวณปลายเท้า นวดคลึงวนไปมาสักพักจนคุณเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย ทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการและเวลาอำนวย

ตำรับ คนตาโพลง อยากนอนก็นอนไม่หลับ 

หยดน้ำมันหอมระเหยกระดังงาลงบนผ้าขนหนูหรือผ้าฝ้ายบาง ๆ 4-5 หยด นำมาวางไว้ข้าง ๆ หมอนหรือหัวเตียง กลิ่นกระดังงาที่อบอวลอยู่รอบ ๆ เปรียบเสมือนยานอนหลับชั้นยอด ที่จะส่งคุณเข้าสู่ค่ำคืนแห่งนิทรา

ตำรับ รักบันลือโลก

จุดไฟรักแห่งค่ำคืนด้วย Ylang Ylang หรือน้ำมันหอมระเหยดอกกระดังงา ที่ได้ชื่อว่าเป็นสารแห่งความสุข “Power of Love” กลิ่นเย้ายวนใจกลายเป็นตำนานหวานชื่นสำหรับคู่รักโรแมนติก ว่ากันว่า อิทธิพลและชื่อเสียงของมันติดตรึงใจมานานนับเป็นพัน ๆ ปี เกี่ยวกับตำนานกลิ่นรักบันลือโลก แค่เพียงไม่กี่หยดประพรมบนร่างกาย ก็พร้อมแล้วสำหรับการบรรเลงเพลงรักในค่ำคืนอันสุดเสน่หานี้!!!

ขอให้ราตรีนี้อีกยาวไกล หลายคนที่เคย ๆ เขาว่าอย่างนั้น