Shark Cartilage 740 mg / 100 Capsules ( Puritan’s Pride )

Shark Cartilage 740 mg / 100 Capsules ( Puritan’s Pride )

ราคา 750 บาท

คุณค่าอเนกอนันต์ล้ำเลิศที่ถูกค้นพบ จากสัตว์ร้าย กลายมาเป็นวีรบุรุษ!!! ฉลามมีระบบคุ้มกันพิเศษ แข็งแรง สามารถต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้สูง จากการค้นคว้าวิจัยซึ่งเป็นที่ฮือฮาและได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก พบว่ากระดูกอ่อนปลาฉลามสามารถรักษาโรคได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคกระดูกและไขข้อ รวมถึงคุณสมบัติเดียวกับคอลลาเจนในเรื่องโครงสร้างผิวพรรณ

shark cartilage detail

เนื่องจากปลาฉลามมีระบบภูมิคุ้มกันดั้งเดิม คือ มีสารแอนตี้บอดี้หลายล้านชนิด และจะทำงานก็ต่อเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเท่านั้น จากคุณสมบัติพิเศษของปลาฉลาม ได้ถูกนำมาสกัดและผลิตเป็นอาหารเสริม ภายใต้ซื่อ Shark Cartilage โดยมีสารมหัศจรรย์ Mucopolysaccharide ที่ถูกค้นพบในกระดูกอ่อนปลาฉลาม ซึ่งเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านทานโรค ลดการอักเสบ พบว่าหากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 เดือน สามารถช่วยยับยั้งการสร้างโครงข่ายเส้นเลือดฝอยของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหารมาหล่อเลี้ยง ผลก็คือ เซลล์มะเร็งไม่เจริญเติบโตและตายในที่สุด โดยไม่มีผลต่อเซลล์ปกติ

ปัจจุบันกระดูกอ่อนของฉลามหรือที่เราอาจจะคุ้นเคยในชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า Shark cartilage ยังถูกนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งสกัดมาจากส่วนหัวและครีบของฉลาม ว่ากันว่าส่วนที่เป็นโครงร่างกระดูกทั้งหมดของฉลามนั้นเป็นกระดูกอ่อน

shark cartilage-horz

จุดเริ่มต้นของการนำกระดูกอ่อนปลาฉลามมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เริ่มจากนายแพทย์ที่นิวยอร์ค ชื่อ John Prudden สนใจศึกษากระดูกอ่อนของสัตว์ (Animal cartilage) สำหรับใช้ในการรักษาโรคในช่วงต้นยุค ค.ศ. 1950 ซึ่งช่วงแรกได้ใช้กระดูกอ่อนจากวัว พบว่าสามารถช่วยสมานแผลในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัด ต่อมาเขาได้ใช้กระดูกอ่อนจากวัวในการรักษามะเร็ง ซึ่งพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งกว่าครึ่งมีก้อนมะเร็งขนาดเล็กลง หลังจากนั้นกระดูกอ่อนของสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หมู แกะ ไก่ วัว และฉลามได้ถูกนำมาศึกษาเพิ่มเติม

ในปี ค.ศ. 1992 มีการตีพิมพ์หนังสือที่เขียนโดย I. William Lane ในหัวเรื่อง Sharks Don’t Get Cancer ทำให้กระดูกอ่อนปลาฉลามได้รับความนิยมในการเป็นทางเลือกของการรักษาโรคมะเร็ง โดยมีความเชื่อว่าฉลามเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยพบรายงานว่าเป็นมะเร็งเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่าฉลามมีระบบภูมิต้านทานพิเศษที่สามารถปกป้องตัวเองจากโรคร้ายนี้ เนื่องจากมันมีกระดูกอ่อนในปริมาณสูง นอกจากนี้การที่ไม่พบหลอดเลือดในกระดูกอ่อน นำไปสู่สมมติฐานที่ว่าเซลล์กระดูกอ่อนสามารถผลิตสารที่สามารถยับยั้งการสร้างหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในวงการแพทย์ว่า กระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่หรือที่เรียกว่า Angiogenesis เป็นกลไกสำคัญของเซลล์มะเร็งในการทำให้ตัวมันได้รับสารอาหารและออกซิเจนจากเลือดเพื่อให้มันเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นและแพร่ลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ฉะนั้นการที่ค้นพบสารที่ยับยั้งกระบวนการนี้ได้ก็เป็นยุทธวิธีหนึ่งในการต่อสู้กับมะเร็ง ซึ่งการศึกษาพบว่ากระดูกอ่อนปลาฉลามมีสารที่มีคุณสมบัติยับยั้งกระบวนการนี้ด้วย ซึ่งเท่ากับว่าช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งนั่นเอง

นอกจากนี้ยังพบว่า กระดูกอ่อนปลาฉลามประกอบไปด้วย โปรตีนคอลลาเจน (Collagen) และสารในกลุ่มไกลโคสะมิโนไกลแคน (Glycosaminoglycans) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารคอนดรอยติน (Chondroitin) ซึ่งมีผลในการบรรเทาหรือรักษาโรคข้อเสื่อม และสารในกลุ่มนี้บางชนิดยังมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบและกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย รวมไปถึงการเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของโปรตีนคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ จึงมีส่วนสำคัญในการทำให้ผิวของคนเรานุ่มชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น ผิวเต่งตึงกระชับ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของผิวเมื่อยังเยาว์วัยที่เราปรารถนาเป็นเจ้าของ

นอกจากนี้ยังพบแร่ธาตุแคลเซียม (Calcium) และฟอสฟอรัส (Phosphorus) ทำให้ปัจจุบันมีประยุกต์ใช้กระดูกอ่อนปลาฉลามทางด้านสุขภาพที่หลากหลาย เช่น ช่วยบรรเทาอาการจากโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ บรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง เช่น โรคเรื้อนกวาง เป็นต้น
สรุปวาาประโยชน์ของกระดูกอ่อนปลาฉลาม (Shark Cartilage) มีมากมาย

  1. ป้องกันมะเร็งโดยสาร Glucoaminoglycans (GAGs)
  2. ที่พบในกระดูกอ่อนปลาฉลามจะมีผลยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆ
  3. ที่จะไปเลี้ยงเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์มะเร็ง (Antiangiogenesis)
  4. ทำให้เซลล์เหล่านั้นขาดสารอาหาร และไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้อีก
  5. มีคอลลาเจน (Collagen) และคอนดรอยติน ซัลเฟต (Chondroitin Sulfate)
  6. ช่วยบรรเทาอาการปวด อักเสบในผู้ป่วยโรคไขข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
  7. ลดการอักเสบของผิวหนัง เช่น Eczema และ Psoriasis
  8. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง