L-Carnitine 500 mg / 60 Caplets (Puritan’s Pride)

L-Carnitine 500 mg / 60 Caplets  (Puritan’s Pride)

ราคา 690 บาท

เร่งการเผาพลาญ สร้างมวลกล้ามเนื้อ มีส่วนช่วยในการดึงไขมันมาเป็นพลังงาน ช่วยลดมวลไขมันในร่างกาย เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ปลอดภัยโดยไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดแนะนำออกกำลังการควบคู่ไปอย่างน้อย 40-50 นาที เพื่อให้การเผาพลาญไขมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

L-Carnitine-500-mg--60-Caplets--(Puritans-Pride)

L-Carnitine (แอล-คาร์นิทีน) คืออะไร

แอลคาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเราเอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) และ ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการในการดึงไขมันไปใช้ โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid) เข้าไปในศูนย์กลางของการสร้างพลังงานของเซลล์ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ แอล-คาร์นิทีนช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย และเพราะกระบวนการพื้นฐานดังกล่าวของสารชนิดนี้ จึงทำให้สื่อโฆษณานำมาใช้เป็นประเด็นหลักในการสร้างโฆษณาเพื่อให้เห็นว่า “เมื่อกินแอล-คาร์นิทีน แล้วร่างกายเหมือนจะได้ทำงานดึงไขมันไปใช้ตลอดเวลา แม้แต่ในยามหลับ”

โดยปรกติ แอล-คาร์นิทีนนั้นจะถูกสร้างขึ้นภายในตับและไตของเราอยู่แล้ว และจะถูกนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในหัวใจ สมอง และสเปิร์ม (ทำให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะแอล-คาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานนั่นเอง) แหล่งของคาร์นิทีนที่มีมากพบในเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์จากนม คาร์นิทีนจากแหล่งธรรมชาติอื่นๆ ประกอบด้วยถั่วและเมล็ดพืช (เช่น ฟักทอง ทานตะวัน งา) พืชตระกูลถั่วหรือเมล็ดถั่ว (ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วแขก, ถั่วลิสง) ผัก (อาร์ติโชค, หน่อไม้ฝรั่ง, หัวผักกาดเขียว, บร็อคโคลี่, กะหล่ำดาว, ผักคอลลาร์ด, กระเทียม, ผักกาดเขียวปลี, กระเจี๊ยบมอญ, พาสลี่ย์, คะน้า) ผลไม้ (แอปปริคอท, กล้วย) ธัญพืช ( บัควีท(buckwheat), ข้าวโพด, ลูกเดือย, ข้าวโอ๊ต, รำข้าว, ข้าวไรย์, ข้าวสาลี, รำข้าวสาลี, จมูกข้าวสาลี) และอื่นๆที่เป็นอาหารสุขภาพ (ละอองเกสรดอกไม้, ยีสต์ที่ใช้หมักสุรา, carob)การดูดซึมคาร์นิทีนของร่างกาย การดูดซึมของแอล-คาร์นิทีนจะเกิดขึ้นในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ส่วนแพทย์สามารถให้คาร์นิทีนกับผู้ป่วยได้ทั้งทางเส้นเลือดและโดยการกิน

การขาด L-Carnitine (แอล-คาร์นิทีน) สามารถเกิดได้

คนที่ทานมังสะวิรัติอาจจะเกิดภาวะการขาดแอล-คาร์นิทีนได้ในบางครั้ง เนื่องจากแอล-คาร์นิทีน พบได้ในเนื้อสัตว์ นม และถั่วหมัก หรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงในกรณีที่มีผู้ป่วยที่ขาดแอล-คาร์นิทีน (ซึ่งพบน้อยมาก) ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของยีน หรือตับ หรือไต หรือกินอาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีน และเมไทโอนีนน้อย ก็จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาล้าอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำ และอาจจะมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น

ชนิดของคาร์นิทีนที่ถูกนำมาใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริม
คาร์นิทีนที่ใช้กันแพร่หลายมีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่

แอล-คาร์นิทีน (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีราคาถูกที่สุด
แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine (LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคแอลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของสมองโรคอื่นๆ
แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน [L-propionylcarnitine (LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ และใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขาอีกด้วย (peripheral vascular disease – PVD)

แอล-คาร์นิทีนกับการลดน้ำหนัก

แม้ว่า L-carnitine จะขายเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก แต่ไม่มีผลการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่จะแสดงว่ามันสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาบางตัวแสดงให้เห็นว่าการทานคาร์นิทีนช่วยลดมวลไขมัน เพิ่มเป็นมวลกล้ามเนื้อ และลดความเมื่อยล้า ผลทั้งหมดนี้อาจเป็นการสนับสนุนให้ลดน้ำหนักได้โดยอ้อม
ตัวอย่าง การทดลองการใช้ แอล-คาร์นิทีน ในกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยอ้างอิงจากการค้นคว้าหาข้อมูลของนายแพทย์ปิติ นิยมศิริวนิช พบว่ามีการศึกษาทดลองให้ L-Carnitine ในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีน้ำหนักเกิน 13 คน และเปรียบเทียบกับยาหลอก (ไม่ได้รับ L-Carnitine) 15 คน และให้รับประทานอาหารเหมือนๆ กัน และออกกำลังกายเหมือนกัน ไม่พบความแตกต่างในดัชนีมวลกาย นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาอยู่อีกการศึกษาหนึ่งที่นำหญิงอ้วน 36 ราย ให้ L-Carnitine 4 กรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 60 วัน ให้ผลไม่แตกต่างจากเม็ดแป้ง ไม่ว่าจะเป็นผลในเรื่องของน้ำหนักตัวหรือดัชนีมวลกาย แม้แต่การเผาผลาญไขมัน จากการศึกษาดังกล่าว พบว่า L-Carnitine นั้นมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนจริง แต่น้อยมาก แต่ก็ยังมีอีกหลายการศึกษาที่แนะนำให้รับประทานวันละอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมต่อวัน จึงจะมีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ แต่อย่างไรก็ดี L-Carnitine ก็เป็นสารที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมาก และให้ประสิทธิภาพสูงสุดหากใช้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย โดยออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 40-50 นาทีขึ้นไป จึงจะสลายไขมันได้อย่างแท้จริง

อาหารที่ประกอบไปด้วย L-Carnitine (แอล-คาร์นิทีน)

อาหาร ปริมาณอาหาร ปริมาณคาร์นิทีน
สเต็กเนื้อ 100 กรัม 95 มิลลิกรัม
เนื้อบด 100 กรัม 94 มิลลิกรัม
เนื้อหมู 100 กรัม 27.7 มิลลิกรัม
เบคอน 100 กรัม 23.3 มิลลิกรัม
Tempeh (ถั่วหมักจากเชื้อรา) 100 กรัม 19.5มิลลิกรัม
ปลาค็อด 100 กรัม 5.6 มิลลิกรัม
อกไก่ 100 กรัม 3.9 มิลลิกรัม
เนยแข็งอเมริกา 100 กรัม 3.7 มิลลิกรัม
ไอศครีม 100 กรัม 3.7 มิลลิกรัม
นมที่ไม่ได้เอาครีมออก 100 กรัม 3.3 มิลลิกรัม
อโวคาโด 100 กรัม 2 มิลลิกรัม
Cottage cheese 100 กรัม 1.1 มิลลิกรัม
ขนมปังโฮลวีต 100 กรัม 0.36 มิลลิกรัม
หน่อไม้ฝรั่ง 100 กรัม 0.195 มิลลิกรัม
ขนมปังขาว 100 กรัม 0.147 มิลลิกรัม
มะกะโรนี 100 กรัม 0.126 มิลลิกรัม
เนยถั่ว 100 กรัม 0.083 มิลลิกรัม
ข้าวสุก 100 กรัม 0.0449 มิลลิกรัม
ไข่ 100 กรัม 0.0121 มิลลิกรัม
น้ำส้ม 100 กรัม 0.0019 มิลลิกรัม

L-Carnitine-500-mg--60-Caplets--(Puritans-Pride)1

Carnitine is a nitrogen-containing compound that assists in fat metabolism.** Carnitine plays an essential role in making fatty acids available for muscle tissue.** Carnitine is also found naturally in cells which use fat for energy.** Carnitine is found throughout the body, including in the heart, muscles, liver and kidney.** Carnitine also helps the body use energy stores to power muscular contractions – providing support for endurance exercise and during recovery from high intensity exercise.**

No Artificial Flavor or Sweetener, No Sugar, No Starch, No Milk, No Lactose, No Soy, No Gluten, No Wheat, No Yeast, No Fish.

Supplement Facts

Serving Size 1 Caplet
Amount Per Serving % Daily Value
L-Carnitine Free Form (as L-Carnitine L-Tartrate) 500 mg *
*Daily Value not established.

Directions: For adults, take one (1) caplet four times daily, preferably with meals.

Other Ingredients: Vegetable Cellulose, Food Glaze, Vegetable Stearic Acid, Silica. Contains <2% of: Enteric Coating (Sodium Alginate and Stearic Acid), Natural Palm Leaf Glaze, Titanium Dioxide Color, Vegetable Magnesium Stearate.

WARNING: If you are pregnant, nursing, taking any medications or have any medical condition, consult your doctor before use. Discontinue use and consult your doctor if any adverse reactions occur. Keep out of reach of children. Store at room temperature. Do not use if seal under cap is broken or missing.