Chitosan 500 mg / 120 Tablets ( Puritan ‘s Pride )

Chitosan 500 mg / 120 Tablets ( Puritan ‘s Pride )

ราคา 550 –

ตัวดักจับไขมัน เพื่อไม่ให้ร่างกายดูดซึม จากนั้นร่างกายจะทำหน้าที่ขับไขมันออกมาในรูปของเสีย อุจจาระ เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและคอลเลสเตอรอล โดยใช้สารจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ถ้าให้ผลดีควรทานร่ววมกับอาหารเสริมกลุ่มควบคุมน้ำหนักตัวอืนด้วย เช่น Raspberry ketone , African Mango  หรือ Green Coffee Bean

Chitosan

ไคโตซาน ( Chitosan ) ไคโตซาน คือ สารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีในสัตว์กระดองแข็งและขาเป็นปล้อง เช่น เปลือกกุ้ง กั้ง และกระดองปู ซึ่งเมื่อนำมาสกัดแยกเอาแคลเซียม โปรตีน และแร่ธาตุที่ไม่ต้องการออกไป ก็จะได้สารสำคัญที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายเซลลูโลส เรียกว่า “ไคติน” (chi-tin) และเมื่อนำไคตินผ่านกระบวนการทางเคมีอีกครั้ง ก็จะได้สารที่เรียกว่า “ไคโตซาน”

เป็นที่รู้จักกันมานานกว่า ๑๐๐ ปีแล้ว แต่ไม่ได้มีการศึกษาเพื่อนำมาใช้ จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้มีการรวมตัวกันของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของสารตัวนี้ ซึ่งคุณสมบัติพื้นฐานของไคโตซาน ที่นักวิทยาศาสตร์ต่างศึกษาออกมาได้ผลตรงกัน คือ ไคโตซานเป็นสารที่มีประจุบวก จึงสามารถดักจับไขมันต่างๆที่เป็นประจุลบได้ โดยมีการทดลองใช้สารไคโตซานครั้งแรกในการบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากนั้นไคโตซานก็ได้เข้าไปมีบทบาทในวงการอุตสาหกรรมหลายสาขารวมถึงการผลิตอาหารเสริมที่ทำหน้าดีในการดักไขมันสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก

อาหารเสริม Chitosan ไคโตซาน เป็นสารที่ชอบไขมัน (Lipophiline) ซึ่งต่างจากใยอาหารทั่วไปที่จัดเป็นสารที่ชอบน้ำ (Hydrophilic) เนื่องจากไคโตซานเป็นโพลีเมอร์ที่มีประจุบวก จึงสามารถดูดจับไขมันซึ่งโดยทั่วไปเป็นประจุลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลไกการดูดจับดังกล่าว  จะเป็นการจับไขมันที่รับประทานเข้าไป ทำให้ไม่สามารถถูกย่อยหรือดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้  แต่จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายพร้อมกับไคโตซาน และสามารถช่วยควบคุมระดับ คอเลสเตอรอลได้ โดย Chitosan จะดูดซับคอเลสเตอรอลและควบคุมการดูดซึมไขมันภายในลำไส้ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และยังสามารถช่วยลด Cholesterol ชนิด LDLและเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิด HDL ได้ด้วย

ไคโตซานช่วยลดไขมันได้อย่างไร ไคโตซาน เป็นสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการดักจับไขมัน จึงมีการนำมาบรรจุแคปซูลเพื่อช่วยคนอ้วนลดไขมันส่วนเกิน นั่นคือ เมื่อกินสารไคโตซานเข้าไปพร้อมอาหาร มันจะไปเกาะกับไขมันบางตัว ทำให้เกิดการรวมกลุ่มและไม่ถูกย่อยสลาย ร่างกายจึงไม่สามารถดูดซึมนำไขมันไปใช้ได้ สุดท้ายไขมันก็จะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระ โดยไม่เป็นอันตรายและไม่มีผลข้างเคียง เพียงแต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีราคาค่อนข้างแพง

นอกจากนี้คุณสมบัติเด่น ยังมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียด้วย ไคโตซานมีหลายรูปแบบ อาทิเช่น เป็นเส้นใย เป็นแผ่นฟิล์ม เป็นผงฝุ่น เป็นเจล หรือเป็นเสมือนฟองน้ำ ซึ่งสามารถนำไปดัดแปลงใช้กับผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่จะมีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคน ตัวอย่างเช่น ในแวดวงความสวยงามหรือวงการเครื่องสำอาง จะใช้ไคโตซานเป็นสารเติมแต่งและเป็นสารพื้นฐานของมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ โลชั่น แชมพู ยาทาเล็บ ครีมกันแดด ลิปสติก ครีมรองพื้น อาแชร์โดว์ ครีมนวดผม สบู่อาบน้ำ น้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน ว่ากันว่าในอนาคตสารไคโตซานจะเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางเกือบทุกชนิดเลยทีเดียว

บิดาแห่งไคโตซาน ที่จริงเรื่องของไคโตซานนี้ได้มีนักวิทยาศาสตร์ในประเทศต่างๆ  เช่น ยุโรป และอเมริกา ทำการศึกษาวิจัยกันมากมาย แต่ศาสตราจารย์ ดร.ชิกิฮิโร่ ฮิราโน่ (Prof. Shigehiro Hirano) จากมหาวิทยาลัยโตเกียว เป็นนักเคมีชาวญี่ปุ่นที่ทำการศึกษาวิจัยเรื่องไคตินไคโตซานอย่างจริงๆจังๆ มานานเกือบตลอดชีวิต กว่า ๒๐๐ งานวิจัย เขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งไคโตซาน ดร.ฮิราโน่กล่าวว่า ถึงแม้เขาจะทำงานวิจัยเรื่องไคโตซานมามาก แต่สารธรรมชาติชนิดนี้ก็ยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเขาอยู่เสมอ เพราะทุกๆครั้งที่ทำการวิจัย เขาก็จะพบคุณสมบัติและประโยชน์ใหม่ๆของไคโตซานอยู่เรื่อยๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคน สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม

ทำความเข้าใจก่อนลดน้ำหนัก

ไขมันส่วนเกินมาจากไหน ตามปกติไขมันส่วนเกินในร่างกายคนเราจะมาจาก2 ทาง คือ

1 .จากการกินอาหารไขมันเข้าไปโดยตรง

2. มาจากการสะสมของอาหาร

ทั้งพวกเนื้อสัตว์ พวกแป้ง น้ำตาล และไขมันที่กินเกินจนร่างกายใช้ไม่หมด ก็จะสะสมเป็นไขมันอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

ตรงนี้คงจะต้องขยายความสักนิด เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถเข้าใจกระบวนการทำงานของร่างกายได้ดีขึ้น นั่นคือ เมื่อเรากินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล (ซึ่งให้พลังงานหรือเปรียบได้กับเชื้อเพลิงชีวิต) เข้าไป ร่างกายก็จะเปลี่ยนแป้งและน้ำตาล เป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลตัวเล็กๆ โมเลกุลเดียวที่ง่ายต่อการขนส่งไปสู่เซลล์ต่างๆ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน ถ้าใช้ไม่หมดในแต่ละวัน กลูโคสจะถูกเปลี่ยนไปเป็นสารอีกตัวหนึ่งชื่อ ไกลโคเจน แล้วเก็บสะสมไว้เป็นพลังงานในกล้ามเนื้อและตับ ประมาณร้อยละ 5 ของพลังงานจากอาหารที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน จะเก็บไว้ในรูปของไกลโคเจน ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็จะเก็บไว้ในรูปของไขมัน

พูดง่ายๆแบบสรุป ร่างกายเก็บพลังงานส่วนเกินในรูปแบบไกลโคเจนเพียง 5 % เท่านั้นใน 1 วัน ที่เหลือเก็บไว้ในรูปไขมัน จากนั้นมันก็คือไมันสะสมในร่างกาย เป็นพุง เป็นหน้าท้อง เป็นไขมันที่บั้นท้าย และสารพัดที่จะเก็บ นี่แหละทำไมทานแล้วอ้วน