Lycopene ผิวใสอมชมพู บำรุงผิวให้สดใส ด้วยสารสกัดจากมะเขือเทศ

“ไลโคปีน” ชื่อนี้เริ่มติดหูคนไทยมาได้หลายปี เพราะมีการระบุว่า เป็นสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล ช่วยสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคร้ายได้อย่างเด็ดดวง ส่วนจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้างนั้น ลองต้องไปทำความรู้จักกับสารตัวนี้กันก่อน

puritan pride box logo (1)
“ไลโคปีน” เป็นสารชนิดหนึ่งในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ที่พบมากในมะเขือเทศ แตงโม และพิงค์เกรปฟรุต หรือผลไม้ที่ให้สารสีแดง สีส้ม และสีเหลือง โดยมีประสิทธิภาพจำเป็นแก่ร่างกายตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา ทำหน้าที่ปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคร้ายต่างๆ

ซึ่งถ้าปล่อยให้ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากจนเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่การออกกำลังกายมากเกินไป จะเป็นสาเหตุให้เซลล์ภายในร่างกายถูกทำลาย หรือที่เรียกว่า “ร่างกายอยู่ในสภาพขึ้นสนิม” ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดเซล์์มะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ไลโคปีน เป็นสารอาหารธรรมชาติที่ร่างกายไม่สามารถผลิตและเก็บสะสมได้เหมือนสารอาหารชนิดอื่น โดยจะถูกนำมาใช้ในส่วนต่างๆ และขับออกจากร่างกายตลอดเวลา ซึ่งถ้าปริมาณไลโคปีนในร่างกายลดลง อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆ และเกิดโรคร้ายในที่สุด จึงต้องรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มปริมาณไลโคปีนให้เพียงต่อความต้องการในแต่ละช่วงวัยด้วย

คราวนี้ มารู้จักความมหัศจรรย์ 7 อย่างของ “ไลโคปีน” กันว่า ช่วยดูแลปกป้องสุขภาพร่างกายให้เราได้อย่างไรบ้าง

lycopene (2) 1.สกัดกั้นปัจจัยที่ก่อให้เกิดมะเร็งแบบอยู่หมัด

จากการการศึกษาทางคลินิกในวารสารวิจัยมะเร็งปี 2542 พบว่า ผู้ชายร้อยละ 83 มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง เมื่อได้รับสาร “ไลโคปีน” ในเลือดสูงถึง 0.40 ไมโครกรัมต่อลิตร หรือเทียบเท่าการรับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเชือเทศ เช่น สปาเก็ตตีซอสมะเขือเทศ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยโดยสถาบันวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ทำการสำรวจปริมาณการบริโภคมะเขือเทศในอตาลีตอนเหนือและตอนใต้ เพื่อป้องกันโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร พบว่า กลุ่มคนของอิตาลีตอนใต้ที่ใช้มะเขือเทศกับน้ำมันมะกอกเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของอาหาร มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารต่ำกว่ากลุ่มคนของอิตาลีตอนเหนือ ส่วนใหญ่ซึ่งรับประทานแต่อาหารที่ทำจากเนย น้ำมันหมูกับเนื้อสัตว์เป็นหลัก

 2.สลายไขมัน ให้เส้นเลือดคล่องตัว

งานวิจัยขากสาขาวิชาสารอาหารและระบาดวิทยา ภาควิชาสาธารณสุข มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า ไลโคปีน มีประสิทธิภาพในการระงับอนุมูลอิสระที่จะทำลายผนังเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และนักวิจัยชาวฟินแลนด์ ได้รายงานผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านประสาทวิทยา แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างระดับไลโคปีนในเลือดนำไปสู่การป้องกันเส้นเลือดอุดตันในสมอง โดยหลังการติดตาม กลุ่มตัวอย่างที่เป็นชายวัยกลางคน จำนวน 1,000 คน เป็นเวลา 12 ปี พบว่า ชายที่มีระดับไลโคปีนในเลือดสูง มีส่วนสำคัญในการช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดทุกประเภท และป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตันและลิ่มอุดตันได้มากถึง 59%

3.ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน ภัยร้ายลมหายใจแรกของทารก

ออกซิเจนเป็นก๊าซธรรมชาติที่ในุษย์ต้องใช้หายใจตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่การได้รับมากเกินไป อาจส่งผลร้ายเช่นกัน โดยเฉพาะทารก หากรับปริมาณออกซิเจนมากเกินไป จนกลายเป็นต้นเหตุให้เกิดอนุมูลอิสระในชั่ววินาทีแรกของลมหายใจหรือ ภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stres) เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารก ในระยะตั้งครรภ์คุณแม่ต้องเน้นรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไลโคปีน เช่น มะเขือเทศ ซึ่งจะส่งไลโคปีนจากแม่สู่ลูกในครรภ์ผ่านสายสะดือ และในน้ำนม

4.ช่วยวัยรุ่น “ไดเอ็ท”

ช่วงวัยรุ่นร่างกายจะมีการแบ่งเซลล์เพื่อการเจริญเติบโตเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือเซลล์ไขมันที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน หากร่างกายมี “ไลโคปีน” ในเลือดเป็นจำนวนมาก ก็เปรียบเสมือนการมีตัวช่วยจำนวนมหาศาลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมัน

5.บาลานซ์น้ำตาลในร่างกายของวัยทำงาน

การบริโภคของคนไทยในปัจจุบันออกจะติดหวานกันอยู่ค่อนข้างมาก รวมไปถึงการบริโภคน้ำอัดลมที่เต็มไปด้วยน้ำตาล และนำไปสู่โรคเบาหวานในอนาคต ซึ่งประเทศไทยมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคเบาหวานสูงถึง 6.9% ซึ่งจากการวิจัยพบว่า การรับประทานมะเขือเทศที่มี “ไลโคปีน” มีประสิทธิภาพในการควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือป้องกันภาวะความไวต่ออินซูลิน นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมี “กรดซิตริก” ที่ช่วยยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีของออกซิเจนที่เปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล

6.ล้างเส้นเลือดสะอาดหมดจน

คอเลสเตอรอลมีประโยชน์ในการเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย แต่ถ้ามีปริมาณมากจนเกินไป โดยเฉพาะชนิดเลว อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ซึ่ง “ไลโคปีน” ในมะเขือเทศมีประสิทธิภาพพิเศษที่ช่วยสกัดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลไม่ดีที่อยู่ในผนังหลอเลือด พร้อมช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในกระแสเลือด และป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว

7.ป้องกันโรคความจำเสื่อมก่อนวัยชรา

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายก็ยิ่งสะสมสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ประสาทที่หน้าที่เกี่ยวกับการเรียนรู้จดจำ ทำให้คนชราบางคนเกิดอาการหลงลืมหรือสับสนต่อเหตุการณ์ต่างๆ หากคนในวัยชรารับประทาน “ไลโคปีน” ก็จะช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์ของสารอนุมูลอิสระและผลักออกจากร่างกายในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ แม้จะทราบกันดีว่า “ผักและผลไม้” มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หลายคนก็ยังคงเลือกไม่รับประทานอยู่ดี เพราะแค่คิดว่าจะต้องตักเข้าปากก็เกิดอาการ “เหม็นเขียว” ขึ้นมา จนให้กลืนไม่ลงอยู่ร่ำไป ไม่เพียงแต่ผักใบเขียวเท่านั้น แม้แต่ผักและผลไม้สีอื่นๆ เมื่อถูกประดับเข้ามาในจาน ก็ไม่วายถูกเขี่ยทิ้งไปไว้ข้างๆ เช่นกัน

การเมินหน้าอาหารที่มีประโยชน์เช่นนี้ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุขภาพของคนไทยย่ำแย่ลงทุกวัน โรคเรื้อรังไม่ว่าจะเป็นความดัน เบาหวาน หรือแม้แต่มะเร็ง ก็ทวีจำนวนผู้ป่วยขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น บอกลาอาการ “ยี้” ผักและผลไม้เสียตั้งแต่วันนี้ แล้วมองให้ไกลถึงคุณประโยชน์ของมะเขือเทศ รวมถึงผักผลไม้ชนิดอื่น นอกจากสุขภาพร่างกายจะดีในระยะยาวแล้ว

ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่าง “ไลโคปีน” ยังสามารถช่วยเพิ่มเกราะป้องกันโรคร้ายให้กับร่างกายได้อีกด้วย เหมือนสำนวนที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา”

tomatoes

กินมะเขือเทศอย่างไรได้ไลโคปีน (lycopene) สูง

ไลโคปีน (Lycopene)เป็นสารสำคัญที่พบได้ในผลมะเขือเทศ จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด พบไลโคปีนได้ใน มะเขือเทศ แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ เป็นต้นพบไลโคปีนในปริมาณตั้งแต่ 0.9 –9.30 กรัม ใน 100 กรัมของมะเขือเทศสด

ไลโคปีนเป็นสารประกอบที่ได้รับความสนใจเนื่องจากมีรายงานว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุด คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมา คือมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีนในการลดความเสี่ยงของมะเร็งตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ (colon) ทวารหนัก คอหอย ช่องปาก เต้านม ปากเป็นต้น

 ควรรับประทานมะเขือเทศสดหรือมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงอาหารแล้ว

ความเชื่อที่ว่าของสดดีกว่าของที่ปรุงแล้ว ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป   ในกรณีของมะเขือเทศเป็นหนึ่งในข้อยกเว้น     มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ความร้อนและกระบวนการต่างๆในการผลิตผลิตภัณฑ์มะเขือเทศยังทำให้ไลโคปีนเปลี่ยนรูปแบบ (จากไลโคปีนชนิด “ออลทรานส์”(all-trans-isomers)เป็นชนิด “ซิส”   (cis -isomers)) คือ เป็นชนิดที่ละลายได้ดีขึ้น

 ไลโคปีน (Lycopene) คือ สารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด มีรงควัตถุ ( Pigment ) สีแดง  ละลายได้ดีในไขมัน  อุดมด้วยสาร Lycopene (ไลโคพีน) มีคุณสมบัติต้านสารอนุมูลอิสระที่ดีชนิดหนึ่ง (ดีกว่าเบต้าแคโรทีน Beta Carotene) 


+ ละลายได้ดีในน้ำมัน

+ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิว

+ ปกป้องผิวจากการถูกทำลายด้วยแสงแดด ทำให้ผิวทนต่อแสงแดดได้ดีมากขึ้น

+ ผิวขาวใสอมชมพู

+ ป้องกันการเกิดและช่วยชะลออาการมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย

+ Lycopene เมื่อทำงานร่วมกับ Vitamin E  สามารถลดอัตราการเป็นเนื้องอกได้ถึง 73%

ประโยชน์ของไลโคปีน

  • ป้องกันและยับยั้งมะเร็ง จากงานวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารที่มีปริมาณไลโคปีนสูง เช่น มะเขือเทศ ติดต่อกัน พบว่า สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากได้ถึง34% และหากพบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว การรับประทานสารสกัดจากมะเขือเทศที่ประกอบด้วยไลโคปีน 30 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยลดความรุนแรงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากถึง 53% โดยจะช่วยลดการเจริญเติบโตของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในคนไข้หลังจากการรักษาโรคมาแล้ว 3 สัปดาห์ สำหรับมะเร็งเต้มนมและมะเร็งปากมดลูกนั้น ไลโคปีนอาจมีส่วนสำคัญในการลดการเกิดเนื้องอกและยับยั้งการพัฒนา วงจรชีวิตของเซลล์ในช่วงต้นของการเกิดเซลล์มะเร็ง (ระยะ G1)
  • การรับประทานไลโคปีนในปริมาณสูงยังช่วยยั้บยั้ง  เอนไซส์สำคัญที่ใช้ สังเคราะห์โคเลสตรอเรล และเร่งสลายโคเลสตรอเรล ชนิดไม่ดี LDL (Low Density Lipoprotein)  ที่มีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว
  • ช่วยให้ผิวดูสวย อมชมพูมีเลือดฝาด เพราะ รงควัตถุสีแดงในไลโคปีน ทำให้ผิวของผู้รับประทานขาวอมชมพู  แบบเดียวกับสีของมะเขือเทศ
  • ลดริ้วรอย ชะลอความแก่ ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความแก่ชรา บำรุงผิวพรรณ ผิวดูสุขภาพดี สดใส  ไลโคปีนเป็นแคโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
    • เนื่องจากมีโครงสร้างที่ต่อกันเป็นสายยาวกว่า ดังรายงานการศึกษาเปรียบเทียบผลในการต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลอง พบว่าไลโคปีนมีฤทธิ์ที่ดีกว่าเบต้าแคโรทีนและแอลฟาโทโคฟีรอลถึง 2 และ 10 เท่า
  • ช่วยให้ผิวแข็งแรง การรับประทานสารไลโคปีน 16 กรัมต่อวันติดต่อกันนาน 10 สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราของอาการ เผาไหม้ของผิวหนังจากแสงอาทิตย์ลง 40%  เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเสริมให้ผิวขาว เพราะปกติเมื่อทานอาหารเสริมให้ผิวขาว ผิวก็จะไวต่อแสงมาก ผิวไหม้ และคล้ำแดดเร็ว

ไลโคพีน (lycopene) เป็นสาร phytochemical ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ซึ่งเป็นรงควัตถุ (pigment) ที่พบมากตามธรรมชาติในผัก ผลไม้ ที่มีสีแดงหรือสีชมพู เช่น มะเขือเทศ แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู (pink grapefruitฝรั่งไส้แดง เป็นต้น มีบทบาทสำคัญต่อการสังเคราะห์แสงของพืช รวมทั้งสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ เช่น สาหร่าย รา แบคทีเรีย เป็นสารตั้งต้นสำคัญทางชีวภาพ เพื่อการสังเคราะห์สารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดอื่น เช่น บีตา-แคโรทีน (beta-carotene) แซนโทฟิลล์ (xanthophyll) โครงสร้างโมเลกุลของไลโคพีน เป็นแคโรทีนอยด์

การใช้ประโยชน์ในอาหาร

ไลโคพีนใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) ในกลุ่มสีผสมอาหาร (food coloring) จากธรรมชาติ

ไลโคพีน จัดเป็นอาหารฟังชันนัล (functional food) สารสกัดไลโคพีน เป็นโภชนะเภสัช (nutraceutical) ในกลุ่ม แคโรทีนอยด์ แม้ว่าไลโคพีนจะไม่มีสมบัติเป็น provitamin A แต่มีประสิทธิภาพดีที่สุด มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ช่วยลดความผิดปกติและความเสื่อมของเซลล์ อันเนื่องมาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ 

คุณประโยชน์โดเด่น ของสารสีแดงที่ชื่อว่า ไลโคพีน จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ป้องกันการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก