สาระสำคัญของวิตามินซีกับการดูแลผิวพรรณ

 

วิตามินซี

Citrus fresh fruit isolated on a white background

8

 วิตามิน  คือสารอินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยมากในแต่ละวันเพื่อการเจริญเติบโต และการสร้างพลังงานของทุกเซลในร่างกาย จำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพที่ดี เราจำเป็นต้องได้รับวิตามินไม่ว่าจะจากอาหารที่รับประทานหรือจากการได้รับอาหารเสริม วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายเราไม่มีและไม่ได้สร้างขึ้นเอง มีวิตามินทั้งหมด 13 ชนิด ที่ร่างกายควรจะได้รับ วิตามินไม่ใช่อาหาร และไม่สามารถใช่ทดแทนอาหารได้ วิตามินไม่มีแคลอรี่ และไม่สามารถให้พลังงานโดยตรงกับร่างกาย แต่เราก็ยังจำเป็นต้องได้รับวิตามินเพื่อไปทำหน้าที่เปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน

วิตามินซี

       วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและเป็นกรดอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ เนื่องจากร่างกายต้องนำไปใช้ในกลไกและกระบวนการทำงานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในสภาวะที่ก่อให้เกิดความเครียดต่อร่างกายไม่ว่าจะจากจิตใจ การสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย ติดเชื้อ หรือแม้แต่ทำงานหนัก ภาวะเหล่านี้จะทำให้ระดับวิตามินซีในร่างกายลดลงมากกว่าปกติ หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เป็นประจำและไม่ได้รับวิตามินที่เพียงพอ ระดับวิตามินซีในร่างกายจะลดต่ำลงเรื่อยๆ จนส่งผลต่อสุขภาพของร่างกายได้ นอกจากนั้น เรายังพบว่าวิตามินซีจำเป็นต่อกระบวนการการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย การวิจัยในห้องทดลองพบว่าวิตามินซีมีคุณสมบัติต้านการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ช่วยขจัดสารซีโนไบโอติกส์ (Xenobiotics) ออกจากร่างกายและมีส่วนในการสร้างสารสื่อประสาทอีกด้วย

9

สาเหตุของการเกิดปัญหาผิว

เมื่ออายุมากขึ้นผิวหนังของเราซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญที่เรียกว่าคลอลาเจน จะค่อยๆลดลง ทำให้ผิวเหี่ยว ไม่เต่งตึงและมีริ้วรอยตามมา

photos.demandstudios.com-getty-article-103-140-152974391_XS

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย

6

1. วิตามินซีช่วยลดภาวะที่เนื้อเยื่อถูกทำลายจากรังสียูวี ซึ่งเป็นคนละกลไกกับครีมกันแดดทั่วไป กล่าวคือครีมกันแดดทั่วไปจะช่วยดูดซับรังสียูวีไม่ให้เข้ามาทำลายชั้นผิว แต่วิตามินซีไม่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นแสงดังกล่าว หากแต่ช่วยลดปริมาณสารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่เกิดจากรังสียูวี

2. แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าและจุดด่างดำ จากงานวิจัยที่วัดจำนวนและปริมาณความลึกของริ้วรอย พบว่าการรับประทานวิตามินซีเสริม ช่วยทำให้รูปลักษณ์ของผิวพรรณดีขึ้นและปริมาณของริ้วรอยลดเลือนลง

3. การบริโภควิตามินซีช่วยลดความเสี่ยงของอาการผิวแห้งได้ โดยคาดว่ากลไกดังกล่าวเกิดจากประสิทธิภาพของวิตามินซีที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว (Tran-epidermal Water Loss) โดยคุณประโยชน์ดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวิตามินซีในรูปแบบรับประทานเท่านั้น แต่รูปแบบทาก็พบว่ามีประโยชน์เช่นกัน แต่จากงานวิจัยพบว่าความเข้มข้นของวิตามินซีในรูปแบบทานั้นจะสูงสุดอยู่ที่ 20% ในความเข้มข้นที่มากกว่า 20% พบว่าความสามารถในการดูดซึมผ่านทางชั้นผิวหนังจะลดลง

4. วิตามินซีมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์สร้างเม็ดสี ชื่อเอนไซม์ไทโรซีเนส (Tyrosinase) ซึ่งมีบทบาทมากที่สุดในการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน ทำหน้าที่เปลี่ยนไทโรซีน (Tyrosine) ไปเป็นสารกึ่งกลาง (DOPA, DOPAquinone) จนกระทั่งได้ ยูเมลานิน (Eumelanin) ซึ่งมีสีเข้ม (น้ำตาล-ดำ) ถ้าเอนไซม์นี้ทำงานมากเกินไป ก็จะทำให้เม็ดสีเมลานินถูกสร้างมากขึ้นและอาจจะเกิดเม็ดสีสีดำแบบยูเมลานินมากขึ้น ทำให้เกิดรอยดำ ผิวหมองคล้ำได้ โดยวิตามินซีจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์นี้ เพื่อลดการสร้างเม็ดสีดำมากเกินไป ทำให้ผิวขาวและกระจ่างใสขึ้น